ปรับตัวตั้งรับภาษีความหวาน สินค้าอะไรบ้างได้รับผลกระทบ

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560… กรมสรรพสามิตได้เริ่มต้นเก็บภาษีความหวานแบบขั้นบันได ส่งผลให้เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลผสมส่วนใหญ่เสียภาษีอยู่ที่ 50 สตางค์/ลิตร (ปริมาณน้ำตาลประมาณ 10-14 กรัม/100 มล.) แต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้เพิ่มอัตราการเก็บภาษีรอบใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 1 บาท/ลิตร ส่งผลให้เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหลายตัวขยับราคาขึ้น โดยตอนนี้สินค้าประเภทน้ำอัดลมได้เริ่มขึ้นราคา 2-3 บาท/ขวด นำร่องไปแล้ว ซึ่งกรมสรรพสามิตคาดการณ์ว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีในกลุ่มเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นได้ถึง 3,500 ล้านบาทต่อปี (หรือก็คือเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 1,500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่จัดเก็บภาษีได้ 2,000 ล้านบาทต่อปี)

 

การเก็บภาษีความหวานคิดตามปริมาณน้ำตาลที่อยู่ในสินค้า/100 มล. (เริ่ม 1/10/2560)

 

| ผลที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในระยะยาว

กรมสรรพสามิตจะเก็บภาษีความหวานในอัตราขั้นบันไดทุกๆ 2 ปี โดยปรับเพิ่มเป็น 2 เท่า สูงสุดถึง 5 บาท/ลิตร กล่าวคือ หลังจากวันที่ 1 ต.ค. 2564 ภาษีในกลุ่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลผสม 10-14 กรัม จาก 1 บาท/ลิตร จะเพิ่มเป็น 3 บาท/ลิตร และในวันที่ 1 ต.ค. 2566 จะเพิ่มจาก 3 บาท/ลิตร เป็น 5 บาท/ลิตร ซึ่งทางกรมฯ เชื่อว่าหลังจากนี้ผู้ประกอบการจะเริ่มปรับเปลี่ยนสูตรในเครื่องดื่มเพื่อลดความหวานลงเอง เพราะไม่ต้องการแบกรับภาระต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้น

 

สินค้าประเภทน้ำหวาน ที่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีความหวาน

 

เช่นตัวอย่างที่เกิดขึ้น เมื่อกรมสรรสามิตเริ่มเก็บภาษีความหวานจากเครื่องดื่มเมื่อ 2 ปีก่อน พบว่ามีกลุ่มเครื่องดื่มบางยี่ห้อที่เริ่มปรับลดปริมาณน้ำตาลให้น้อยลง และคาดว่าจะปรับสูตรกันอีกหลายยี่ห้อ ซึ่งปัจจุบันก็เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัวแล้ว จาก 60-70 รายการสินค้า เพิ่มเป็น 200-300 รายการสินค้า และมีน้ำดำบางค่ายลดปริมาณน้ำตาลลงจาก 10% เหลือเพียง 7.5% ทำให้เครื่องดื่มดังกล่าวสามารถเสียภาษีในอัตราเดิมได้

 

| การปรับตัวสู้ของผู้ประกอบการ

ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่อย่างบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ และโคคา-โคลา ต่างขึ้นราคาสินค้าของตนจากผลกระทบของการเก็บภาษีความหวาน อาทิ เครื่องดื่มเป๊ปซี่ ขนาด 345 มล. เป็นราคา 12 บาท, ขนาด 430 มล. เป็นราคา 15 บาท และขนาด 640 มล. เป็นราคา 17 บาท เครื่องดื่มโค้ก ขนาด 330 มล. จากราคา 10 บาท เพิ่มเป็น 12 บาท, ขนาด 450 มล. จาก 12 บาท เป็น 15 บาท, ขนาด 590 มล. จาก 15 บาท เป็น 17 บาท แต่น้ำอัดลมสูตรไร้น้ำตาลยังสามารถขายได้ในราคาเท่าเดิม

 

การปรับตัวขึ้นราคาของสองผู้ผลิตน้ำหวานสีดำ

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตบางส่วนก็ยังไม่ตัดสินใจปรับสูตรของสินค้าของตนให้มีความหวานน้อยลง เนื่องจากเกรงว่าหากรสชาติสินค้าเปลี่ยนไปแล้วจะทำให้ลูกค้าไม่ซื้อสินค้าอีกต่อไป แต่ก็มีเครื่องดื่มบางยี่ห้อได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความหวานน้อยลงเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค และผู้ผลิตบางรายได้เลือกวิธีคงราคาเดิมไว้แต่หันมาลดปริมาณในขวดลงแทน เพราะการปรับขึ้นราคาในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเช่นนี้อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้

 

อัตราภาษีความหวานที่ปรับตัวขึ้นในปีนี้ (เริ่ม 1/10/62)

 

สำหรับผู้ประกอบการที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับภาษีน้ำหวาน เช่น ร้านอาหาร หรือร้านคาเฟ่เครื่องดื่ม อันมีการจำหน่ายสินค้าประเภทน้ำหวานเหล่านี้ อาจต้องมีการปรับตัวโดยเลือกจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตที่มีการควบคุมปริมาณน้ำตาล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาจำหน่าย อันเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจากภาษีความหวานนั่นเอง ทั้งนี้ทาง กรมสรรพสามิตยังมีแผนที่จะเล็งเก็บภาษีความเค็มเพิ่มขึ้นอีกชนิด ซึ่งรายละเอียดของทั้งภาษีความหวานและภาษีความเค็มนั้น เราก็ยังคงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงต่อไป

 

ที่มา : ภาพและข้อมูลบางส่วนจาก marketingoops.com (25/7/62), thairath.co.th (10/9/62), mcot.net (1/10/62), tnnthailand.com (30/10/62)

Rating: 5.0/5. From 5 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
40

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Skip to toolbar