สร้างความยั่งยืนด้วยการตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing)

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

รูปแบบการตลาดในปัจจุบันนี้มีสูตรมากมาย  จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น รูปแบบการทำธุรกิจจึงต้องมีการปรับปรุงสูตรให้พัฒนาตามไปด้วย เปรียบได้ดั่งกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพิ่มผลกำไร รวมทั้งเอาชนะคู่แข่งจากองค์กรอื่นๆ แนวคิด การตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) เป็นแนวคิดน้องเล็กสุดที่กำลังโด่งดังในธุรกิจน้อยใหญ่ เนื่องจากเป็นแนวคิดที่สามารถสร้างภาพจำให้องค์กรได้ไวอย่างไม่น่าเชื่อ ช่วยกู้ภาพลักษณ์ธุรกิจที่มีความหมิ่นเหม่ด้านศีลธรรม เช่น ธุรกิจเครื่องดื่มมึนเมา หรือธุรกิจผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ให้ดูเป็นมิตรกับโลก และสามารถสร้างประโยชน์รวมถึงความยั่งยืนให้แก่สังคมที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาอีรุงตุงนังมากมายอีกด้วย

 

ในวันนี้ True Smart Merchant Academy จึงอยากขอแนะนำ แนวคิดการตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) ให้ทุกท่านได้รู้จักกันมากขึ้น

 

| เกิดขึ้นโดย Philip Kotler

Social Marketing เกิดขึ้นโดย Philip Kotler เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในด้านการกระตุ้นให้องค์กรธุรกิจไม่คิดเพียงแต่จะแสวงหาผลกำไรหรือการขายบริการ แต่เป็นการนำเอาการตลาดเข้าไปจูงใจให้ผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวของพวกเขาเอง แนวคิดการตลาดเพื่อสังคมจึงเป็นเหมือนการแสดงความรับผิดชอบและสร้าง branding ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กลับคืนสู่สังคมในระยะยาว ถึงแม้ว่าจะดูขัดแย้งกับตัวสินค้าของเขาก็ตาม เช่น โฆษณารีเจนซี ช้าง และอาชา เป็นต้น ทุก content มักมีคำลงท้ายว่า “สุราเป็นเหตุให้ทะเลาะวิวาทและอาชญากรรมได้” สิ่งเหล่านี้เป็นการล้างภาพลักษณ์ที่เคยดูแย่ต่อสังคมให้กลายเป็นภาพลักษณ์ที่ดูน่าจดจำขึ้นนั่นเอง หรือธุรกิจกลุ่ม CP ที่มีการเข้าถึงวิถีชุมชนสอนอาชีพให้แก่ชาวบ้าน รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น

 

 

| ทำความเข้าใจปัญหาผู้คนในสังคม

การทำ Social Marketing ต้องเริ่มจากการมองปัญหาที่เกิดกับคนในสังคม และแก้ปัญหาเหล่านั้นในระยะยาวตามแนวคิดของ Kotler โดยวิเคราะห์ว่าผู้คนในสังคมกำลังเผชิญกับปัญหาอะไร และองค์กรจะสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างไรบ้าง ปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญกับการทำการตลาดแบบ Social Marketing เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola ที่ได้มีการเปิดตัวโฆษณาที่แสดงถึงผู้คนหลากเชื้อชาติมาร่วมกันร้องเพลง “America is Beautiful” ในภาษาต่างๆ หรือโฆษณา #WeAccept Super Bowl ของ Airbnb ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหนโลกมักสวยงามเพราะมีเราทุกคน เพื่อแสดงถึงการยอมรับความหลากหลายทางเชื้อชาติและลดปัญหาการดูถูกเหยียดเชื้อชาติที่มักเกิดขึ้นในสังคมอเมริกา โดยทั้งสองแคมเปญนี้ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสังคม และทัศนคติของคนในสังคมให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นให้ได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืนนั่นเอง

 

| กำหนดกลยุทธ์นำเสนอ Content

content เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการวางแผนแคมเปญ เปรียบเสมือนหัวใจที่เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกายมนุษย์ หากคุณสร้างเอกลักษณ์นำเสนอผ่าน content ออกมาได้ดี ช่วยให้ผู้คนในสังคมรู้สึกได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ การดำเนินการในขั้นตอนต่อๆ ไปก็จะดีตามไปด้วย การนำเสนอ content ที่น่าสนใจและทำให้ตระหนักถึงปัญหาที่พบมากในสังคม หลายครั้งถูกนำเสนอผ่านรูปแบบน่านน้ำสีคราม (Blue Ocean) คือการดำเนินธุรกิจการตลาดที่ต่างออกไปจากเดิม นำเสนอด้วยความคิดแบบใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครทำ ไม่นำองค์กรเข้าไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งแต่จะนำองค์กรไปสู่ตลาดใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่งเกิดขึ้น รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับผู้ที่ยังไม่ใช่ลูกค้าขององค์กรตอนนี้ด้วย

 

| เลือกใช้ Platform ที่เหมาะสม

แม้ว่าการนำ content เผยแพร่ในหลาย platform จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรวิเคราะห์ว่าพื้นที่ไหนที่ได้รับผลตอบรับที่เหมาะสมและมีกลุ่มผู้เข้าถึงมากที่สุด พื้นที่นั้นคุณควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หากคุณเลือกใช้ในทุกๆ platform โดยไม่วิเคราะห์ให้ดีก่อน ผลเสียอาจมากกว่าผลดีที่จะได้รับ โดย platform ในอุดมคตินั้นคือการที่ผู้คนสามารถแชร์ content ของเราออกไปให้กลายเป็น spreadable media ได้ในวงกว้าง เพราะผู้ชมเห็นคุณค่าของการนำเสนอ ส่งผลให้พวกเขาต้องการให้คนที่รักได้เห็นและรับรู้ข้อมูลในสิ่งเดียวกันจนทำให้เกิดการแพร่กระจายในวงกว้าง และเมื่อผู้คนเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่องค์การต้องการนำเสนอก็จะเกิดการปรับเปลี่ยนความคิดและการใช้ชีวิตตามไปด้วย

 

| ประเมินและปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ท้ายที่สุดแล้วองค์กรต้องกลับมาคำนึงถึงการพัฒนาแคมเปญเพื่อสังคมอยู่เรื่อยๆ เพราะในสังคมปัจจุบันข้อมูลข่าวสารมักมาไวและผ่านไปอย่างรวดเร็ว วิธีการที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญในด้านการทำแคมเปญเช่นกัน องค์กรจะต้องกลับมาตรวจสอบจุดอ่อนและข้อบกพร่องเพื่อแก้ไขให้ดีขึ้น รวมทั้งหาข้อมูลใหม่ๆ ที่จะทำให้สามารถนำไปพัฒนาเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต ไม่ควรทำตามกระแสแต่ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจึงจะส่งผลดี หากปล่อยทิ้งไว้จนกระแสเริ่มซาลง คุณอาจกลายเป็นองค์กรที่ไม่น่าเชื่อถือในสายตาของผู้รับสารไป

 

หากคุณมีการตลาดที่เน้นการสร้างยอดขายและเน้นการทำกำไรอยู่แล้ว ก็ควรทำ Social Marketing ควบคู่ไปด้วยเพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร ด้วย content ที่เข้าถึงปัญหาของผู้คนในสังคมจากแง่มุมต่างๆ ทำให้เกิด spreadable media สามารถเข้าถึงผู้คนหลากหลายแม้ผู้ที่ยังไม่ใช่ลูกค้า target หลักก็อาจสร้างโอกาสในการขายได้ในครั้งต่อไป กล่าวได้ว่าแนวคิดการตลาดแบบ Social Marketing ของ Philip Kotler นั้นเป็นประโยชน์ในระยะยาวและสามารถสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร โดยมีพื้นฐานมาจากการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อตนและสังคมนั่นเอง

 

ที่มา : ข้อมูลบางส่วนจาก thegrowthmaster

Rating: 5.0/5. From 3 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
30

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.