Skip to toolbar

เลือกเข้าสู่ตลาด Red & Blue Ocean

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

ในโลกของแวดวงธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง… มีการแย่งชิงลูกค้า หั่นราคากันสะบั้น ถ้ากิจการเจ้าไหนที่ไม่เตรียมตัวให้พร้อมรับกับสถานการณ์หรือมีรากฐานที่ไม่มั่นคง ยิ่งสภาพเศรษฐกิจอันย่ำแย่ในปัจจุบันนี้ อาจจำเป็นต้องปรับตัวโดยลดขนาดองค์กรลง หรือที่เลวร้ายที่สุดคือการปิดกิจการถอนตัวออกจากตลาดไป ดังที่เห็นได้จากข่าวใหญ่ของโรงงานอุตสาหกรรมหลายๆ แห่งดังที่ผ่านมา แต่คุณสามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ให้เกิดกับกิจการของคุณเองได้ด้วยการศึกษาตลาดก่อนเริ่มลงทุน วิเคราะห์มองให้เห็นถึงจุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจคุณเอง เทียบกับ โอกาสและอุปสรรคในตลาด ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ “ปูพื้นฐานกิจการ กับการวิเคราะห์ SWOT” (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่)

 

ในส่วนของ โอกาสและอุปสรรคในตลาด นั้น ขอนำเสนอทฤษฎีเจาะลึกลงไปอีกที่เรียกว่า Red Ocean และ Blue Ocean ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ว่าคุณควรลงทุนประกอบธุรกิจในตลาดใดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยวิเคราะห์จากประเภทของธุรกิจและสินค้า เปรียบเทียบกับคู่แข่งและการแข่งขันในตลาด ให้มองเห็นทิศว่าธุรกิจของคุณควรดำเนินต่อไปในทางใด

 

 

| Red Ocean (ตลาดน่านน้ำสีเลือด)

เป็นตลาดที่หลายธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แต่ในความสำเร็จนั้นกลับก่อให้เกิดความรุนแรงในแวดวงธุรกิจด้วยการแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็น “เบอร์หนึ่ง” ถือเป็นจุดประสงค์หลักของกลยุทธ์นี้ การมุ่งเอาชนะคู่แข่งเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่าโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดนั้น นอกจากจะทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดแล้ว ยังมีโอกาสได้รับบาดเจ็บทางธุรกิจด้วยกันทุกฝ่าย ซึ่งกลยุทธ์ต่างๆ ที่สร้างขึ้นนั้นมีแนวคิดจากกลยุทธ์ทางการทหาร โดยตลาดแบบ Red Ocean มักมีลักษณะดังนี้

    1. เป็นธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน มักมีขอบเขตชัดเจน มีฐานลูกค้าเก่าเดิมอยู่แล้วในตลาด
    2. พยายามเอาชนะคู่แข่งโดยใช้กลยุทธ์ด้านราคา มองการได้ส่วนแบ่งทางตลาดเป็นเรื่องสำคัญ
    3. มีการแข่งขันรุนแรง สินค้าที่ออกมาแทบไม่มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
    4. เกิดโอกาสเติบโตในตลาดได้น้อย และสัดส่วนกำไรที่ได้ก็น้อยตามไปด้วย

ตัวอย่างธุรกิจ : อุตสาหกรรมรถยนต์, ธุรกิจคอมพิวเตอร์, สายการบินต้นทุนต่ำ, ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์, ผลิตภัณฑ์หลากรูปแบบของธนาคาร, ร้านค้าสะดวกซื้อ

 

| Blue Ocean (ตลาดน่านน้ำสีคราม)

เป็นตลาดที่หลีกเลี่ยงการแข่งขันทางการตลาดแบบเดิม จะไม่แข่งขันผลิตสินค้ารูปแบบเดียวกัน ไม่เอาชนะกันด้วยสินค้าลอกเลียนแบบ แต่จะเลือกพัฒนาสินค้าให้แหวกแนวไปจากที่มีอยู่ เน้นเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยมีมาก่อนโดยใช้ “นวัตกรรม” และ “ความต่าง” เป็นตัวดึงดูดความสนใจของลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์นี้เคยสร้างยอดขายถล่มทลายมาแล้วในสินค้าหลายชนิด แต่ตลาด Blue Ocean ธุรกิจต้องเหนื่อยกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อวิ่งหนีคู่แข่ง โดยตลาดแบบ Blue Ocean มักมีลักษณะดังนี้

    1. เป็นธุรกิจที่ไม่ได้มีในปัจจุบัน และตลาดไม่ทราบมาก่อนว่ามีอุตสาหกรรมประเภทนี้อยู่
    2. จำเป็นต้องสร้างอุปสงค์รวมถึงฐานลูกค้าขึ้นมาใหม่ ไม่มุ่งเน้นแข่งขันกับคู่แข่ง
    3. สินค้าจะมีความแปลกใหม่ เกิดนวัตกรรมที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง
    4. เกิดโอกาสเติบโตในตลาดสูง และมีสัดส่วนกำไรที่มากขึ้นตามไปด้วย

ตัวอย่างธุรกิจ : การเปิดตัวของ iPhone รุ่นแรก, การเปิดตัว iPad ครั้งแรก, สปาสำหรับสัตว์เลี้ยง, ธุรกิจ co-working space, บริการขนส่งรวมถึง food delivery ผ่านแอปฯ, สปาสไตล์ Onsen

 

ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นลงทุนในธุรกิจอะไร อย่าลืมสำรวจความพร้อมของตัวเองว่ากิจการมีศักยภาพในการแข่งขันหรือการบุกเบิกสร้างความแตกต่างได้มากน้อยแค่ไหน ในช่วงเริ่มต้นนั้นหากจำเป็นต้องเริ่มกิจการที่มีตลาดอันคุ้นชิน มีฐานลูกค้าที่สามารถการันตีว่ายังไงก็ขายได้แน่นอนแล้ว การเริ่มต้นกิจการช่วงแรกในตลาด Red Ocean ก็เป็นเหตุผลที่ดีแม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่หากกิจการของคุณมีศักยภาพพอที่จะเริ่มต้นหาตลาดหรืออุปสงค์ใหม่ คิดค้นสินค้าที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แม้จะต้องเสี่ยงกับการสร้างฐานลูกค้าใหม่ ก็สามารถต่อยอดธุรกิจในตลาด Blue Ocean สร้างโอกาสบุกเบิกที่ล้ำเหนือกว่าใครได้ โอกาสใหม่ๆ ย่อมมีให้ผู้ที่เพียรไขว่คว้าอยู่เสมอ

 

ที่มา : ข้อมูลบางส่วนจาก greedisgoods

Rating: 5.0/5. From 2 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
20

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.