New Normal อะไรคือปกติใหม่ แล้วส่งผลอย่างไรกับกิจการ

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

หนึ่งในศัพท์มาแรงประจำปี 2020 นอกจากชื่อไวรัส “Covid-19” กับ “Work from home” แล้ว ก็มีอีกคำที่เมื่อก่อนไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไรนักปรากฏขึ้นมาด้วย นั่นคือ “New Normal” หรือคำไทยว่า “ปกติใหม่” เชื่อว่าคงผ่านหูผ่านตากันบ้างไม่มากก็น้อย จากการไล่นิยามกันว่าอะไรคือ ‘ปกติ’  อะไรคือ ‘ปกติเดิม’ กับ ‘ปกติใหม่’ ซึ่งการนิยามคำเหล่านี้ออกมาอาจไม่เหมือนกันมากนัก โดยสามารถขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ สถานการณ์ เวลา และวิถีชีวิตที่ไม่มีทางเหมือนกัน 100% แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็คือจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงจนเป็นความคุ้นเคยใหม่อย่างแน่นอน

 

 

| อะไรคือความปกติใหม่ ที่คนหมู่มากเข้าใจ ? 

ความเป็นปกตินั้น คือ สิ่งที่ผู้คนเรากระทำกันมาอย่างยาวนานและเป็นธรรมชาติ เป็นกิจวัตรที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เช่น เวลาทำงาน การกินข้าวแต่ละมื้อ การเดินทางในแต่ละวัน แลดูไม่น่ามีอะไรแปลก แต่เมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์บางอย่าง อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก มากเสียจนวิถีชีวิตปกติแบบเดิมจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว (ทั้งในแง่ของบางพื้นที่ หรือทั้งโลก) และเราต้องดำเนินชีวิตแบบใหม่ต่อไปให้คุ้นชินจนเป็นปกติให้ได้อีกครั้ง นี่คือ “ความปกติใหม่” ที่อธิบายเป็นภาพกว้างโดยง่าย

ยกตัวอย่างชัดๆ เช่น การสื่อสาร หากเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนมีเพียงโทรศัพท์บ้าน ใช้สื่อสารผ่านทางเสียงอย่างเดียว เราก็มักจะโทรหากัน ใช้คำพูดสื่อสารกันโดยไม่ต้องมองเห็นหน้า หรือภาพใดๆ ก็ได้ ใช้วิธีจดข้อความลงบนกระดาษบันทึกไว้ เอกสารที่ทำเป็นฉบับก็ส่งผ่านไปรษณีย์หรือโทรสาร ครั้นจะให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอนั้นยิ่งยากกว่า เพราะต้องพึ่งพาม้วนวิดีโอ ม้วนฟิล์ม ใช้กล้องที่มีขนาดใหญ่ ต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีกระบวนการที่กินเวลาพอสมควร ในแง่ของธุรกิจ จะทำมาค้าขายทีก็ต้องพบเจอหน้ากันเสียเป็นส่วนใหญ่ และต้องมีหน้าร้านหรือออฟฟิศเสมอๆ

แต่ในปัจจุบัน ด้วยอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ที่เป็นได้หลายอย่างในเครื่องชิ้นเดียว การเชื่อมต่อไร้สายที่ทำให้เราสื่อสารได้หลายรูปแบบ ทั้งผ่านเสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ถ่ายทอดสด การวิดีโอคอลโทรหากันแล้วเห็นหน้ากัน การขายสินค้าที่เคยต้องมีหน้าร้านก็แทบจะไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะสามารถเริ่มกิจการได้ง่ายๆ จากที่บ้าน แล้วชำระเงินผ่านการโอน พร้อมเพย์ หรือเก็บปลายทางตามที่ระบบขนส่งรองรับ นี่คือตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแบบถาวร แต่ก็ไม่ใช่ว่าวิถีแบบเดิมจะหายไป เพียงแต่วิถีแบบใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตจนกลายเป็นเรื่องปกติ หากจะให้กลับไป

 

| อะไรคือความปกติใหม่ในปี 2020 ?

สำหรับความปกติใหม่ ของปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563 นั้น เป็นสถานะที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ SARS-CoV-2 หรือ โคโรนาไวรัส ถ้าเป็นไวรัสทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ การแพทย์เรานั้นมีวิธีรับมืออยู่ มีการควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สังคมยังอยู่ได้ โดยไม่ต้องสละวิถีชีวิตต่างๆ บางอย่าง ปัจจุบันจึงไม่นับเป็น ‘ความปกติใหม่’ แล้วแต่อย่างใด

แต่พอเป็นไวรัสแบบโคโรนาไวรัส ซึ่งเป็นของใหม่ ไม่เคยพบมาก่อน สามารถแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วจากคนสู่คนได้อย่างน่าตกใจ ที่สำคัญคือไม่สามารถระบุสถานที่ได้อย่างชัดเจน รู้เพียงแค่ว่าแพร่มาจากจีน (ซึ่งประเทศจีนเองก็ยังไม่ยอมรับว่าเป็นต้นกำเนิด) พอเป็นการแพร่ของเชื้อตัวใหม่ที่แปลกใหม่ มนุษย์เราจึงทำได้เพียงต้องสร้างระยะห่างกันไว้ก่อน เลี่ยงการสัมผัสกันใกล้ชิดหรืออยู่ใกล้กันกับบุคคลอื่น ต้องใส่หน้ากากอนามัยกันเป็นกิจวัตร กิจกรรมบางอย่างถูกจำกัดอย่างเลี่ยงได้ยาก แม้จะไม่อยากกีดกัน เช่น การท่องเที่ยว การจัดคอนเสิร์ต การจัดงานที่มีแนวโน้มว่าผู้คนจะต้องเบียดเสียดกัน หลายต่อหลายกิจการต้องปรับให้ทำงานที่บ้านมากขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าทุกกิจการจะสามารถทำได้

 

 

| ถ้ารู้สึกไม่ต่างกับปกติเดิม ผิดหรือไม่ ?

ในสถานการณ์ที่สังคมส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน อาจจะมีบางคนที่รู้สึกว่าการใช้ชีวิตก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าไร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือน่าแปลกอะไร ส่วนหนึ่งเพราะว่าด้านสาธารณสุขของไทยเราค่อนข้างดีมากพอตัว ประกอบกับการปิดประเทศอย่างรวดเร็ว แม้จะปิดหลังตรุษจีนที่ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการแพร่เชื้อค่อนข้างสูงจนมีการ Lockdown อย่างหนักหน่วงช่วงหนึ่งก็ตาม

แต่โดยภาพรวมคร่าวๆ คือ สามารถคุมสถานการณ์ได้ดี แตกต่างจากสถานการณ์ในประเทศโซนอื่น อย่างในยุโรป อเมริกา อินเดีย บราซิล ที่วิถีชีวิตนั้นต้องรักษาระยะห่างระหว่างกันมากกว่าในไทยอยู่มาก หรือเสี่ยงต่อการติดโควิดยิ่งกว่าประเทศไทย จึงทำให้ไทยเราดูเหมือนไม่หนักหนาอะไรในแง่ภาพรวม แต่ก็แน่นอนว่าเศรษฐกิจโดยรวมก็ยังได้รับผลกระทบอยู่มาก หลายคนต้องปรับตัว หลายบริษัทต้องดิ้นรน เพื่อให้ผ่านสภาวะอันยากลำบากนี้ไปให้ได้ และก็แน่นอนว่าส่วนใหญ่นั้นไม่มีทางเหมือนเดิมได้เลย

 

| แล้วปีถัดไป จะเป็น New Normal หรือ Old Normal ?

ทั้งประเทศไทยและทั่วโลกล้วนภาวนาให้มีวัคซีนป้องกันเสียที และมีการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ เพื่อเอาชนะเชื้อไวรัสนี้ให้ได้ … แต่หลังจากนั้นชีวิตก็คงจะกลับไปเหมือนก่อนหน้านี้ได้ไม่มากนัก เพราะก็ถือว่ามันถูกปรับเปลี่ยนเป็นอย่างนี้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว คำว่า ‘New Normal’  ในที่นี้ก็จะเริ่มกลายเป็น ‘Normal’  ได้ในสักวันหนึ่ง รวมถึงอาจจะกลายเป็น ‘Old Normal’  ในอนาคตได้เช่นกัน

หลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงตลอดกาล เช่น การตระหนักในแง่สุขอนามัยมากขึ้น การเน้นอยู่แต่บ้าน ทำงานที่บ้าน การใช้ชีวิตกับธรรมชาติตามลำพัง มากกว่าอยู่ในพื้นที่หนาแน่นในเมือง

 

 

| New Normal กับโลกธุรกิจ จะเป็นอย่างไรต่อไป ?

หากนับกันอีกไม่กี่เดือนก็จะเท่ากับว่า ทุกคนเผชิญกับสถานการณ์ Covid-19 กันร่วมปีแล้ว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระหว่างนี้และการอยู่กับความเปลี่ยนแปลงใหม่นี้มานานหลายเดือน จะเป็นสิ่งที่อยู่กับเราไปอีกสักพักใหญ่ เป็นไปได้ทั้งหลักเดือน หลักปี หรืออีกหลายปีก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ละธุรกิจด้วย เพราะสถานการณ์ระดับโลกนี้ไม่เหมือนกับการวิ่งหกล้มแล้วลุกขึ้นทันทีที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย มันคือปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบในวงกว้าง ผูกเชื่อมโยงต่อๆ กันไป เป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศ แต่เกิดกับทั่วโลก

เจ้าของธุรกิจที่จัดการรูปแบบธุรกิจใหม่ไปแล้ว และสามารถนำพาธุรกิจข้ามผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดมาได้ ก็จำต้องรักษามาตรฐานที่มีในตอนนี้ต่อไปก่อน และต้องวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วยในระยะยาว จนกว่าเชื้อไวรัสจะมีวัคซีนหรือควบคุมได้สำเร็จ อย่างไรก็อยากให้เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะเรื่องของ Covid-19 นี้ช่างคาดเดาสถานการณ์ต่อไปได้ยากเหลือเกิน

 

เชื่อว่าหลายต่อหลายธุรกิจต้องดิ้นรนมากขึ้น จากที่ใช้ชีวิตแนวเดิมต่อไปไม่ได้ ใครเล่าจะไปนึกว่า วันหนึ่ง การบินไทยต้องมาหารายได้เพิ่มเติมด้วยการขายปาท่องโก๋ หรือรถเข็นลูกชิ้นปิ้งที่กลับมาขายดีจากกิจกรรมชุมนุม การท่องเที่ยวจากลูกค้าต่างชาติที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดและอนุญาตเพียงเฉพาะกลุ่ม กิจกรรมอีเวนต์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาธุรกิจเปลี่ยนเป็นออนไลน์ทั้งหมด ถ้าท่านคิดว่าธุรกิจที่ท่านทำอยู่แย่ลงแต่ยังพอพยุงต่อได้อยู่ เพื่อรอวันที่จะได้กลับมาเหมือนเดิม ก็คงกล่าวได้เพียงว่า ควรหาทิศทางในการทำกิจการอื่นเพิ่มเติมหรือทดแทน อย่างน้อยเผื่อไว้หลายทางก็ยังดีกว่าเฝ้ารอจากหนทางเพียงทางเดียว

 

ที่มา : ข้อมูลบางส่วนจาก greedisgoods

Rating: 5.0/5. From 1 vote.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
20

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.