Skip to toolbar

“แผนที่” เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม (ตอนที่ 2: Google My Business)

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

ความเดิมในตอนก่อนหน้านี้ (ตอนที่ 1) ได้กล่าวถึงเรื่อง “แผนที่” ที่หมายถึง Google Maps ที่ยุคนี้สำคัญขนาดที่ว่า ตาสีตาสาถือสมาร์ทโฟนกดแอปฯ Google บ้าง แชตทักทายสวัสดีวันจันทร์พร้อมกับรูปดอกไม้ (ของคนอื่น) กันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว การที่ธุรกิจจะมีตัวตนบนแผนที่ Google Maps นั้น จะกลายเป็นเรื่องควรพึงมีไม่แพ้ยุคสมุดหน้าเหลืองในยุคกาลก่อนอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว

 

ไหนๆ เราก็มีธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่ควรทำเพียงแค่ปักหมุดชื่อร้านบนแผนที่ดิจิทัลอย่าง Google Maps อย่างเดียว เราจะมากล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า Google My Business กัน ซึ่งในที่นี้จะบอกว่า ทำไมถึงควรจะมี และ วิธีการสร้างโปรไฟล์ธุรกิจเราในข้างต้น (พื้นฐาน) ต้องทำอย่างไร …

 

อะไรเอ่ย คือ Google My Business ?

มันคือไดเร็กทอรีส์ที่รวบรวมรายชื่อธุรกิจ สินค้า และบริการ โดยเป็นการให้ผู้ประกอบการสินค้าและบริการรายย่อย ไปจนถึงธุรกิจ บริษัท โรงงาน ต่างๆ มาลงข้อมูลด้วยตนเอง คล้ายๆ กับสมุดหน้าเหลืองสมัยก่อน เพียงแต่บริการนี้จัดทำโดย Google โดยให้ผู้ประกอบการลงข้อมูลธุรกิจในส่วนนี้ไว้ เพื่อให้ลูกค้าพบเห็น ทั้งสะดวกและส่งตรงถึงผู้ที่ค้นหาผ่านหน้าเว็บ หรือผ่านหน้าแผนที่นำทางในเครือ Google นั่นเอง

 

ทำไมถึงควรมี Google My Business ในธุรกิจหรือร้านของคุณ ?

  1. เพราะแค่ปักหมุดธรรมดา มันไม่พอ
    หมุดบน Google Maps ใครๆ ก็สามารถขอสร้างพิกัดได้ และอาจโดนผู้ไม่หวังดี (ถ้ามี) แจ้งขอลบหมุดนั้นไปดื้อๆ เลย ก็อาจเป็นได้นะ 
  2. เพราะสร้างโอกาสในการค้นพบบน Google
    เห็นตรงกันใช่ไหมว่า ในไทยเรานี้ไม่มีอะไรใช้ค้นหาสรรพสิ่งบนอินเทอร์เน็ตได้บ่อยเท่า Google อีกแล้ว การมีหรือไม่มีตัวตนบนแพลตฟอร์มที่ผู้คนใช้กันเป็นล้านๆ คนนี่ให้ผลลัพท์แตกต่างกันมาก! ยิ่ง Google พยายามเอาใจผู้ใช้บริการค้นหาต่างๆ ให้เจออะไรได้ง่ายและข้อมูลมากพอ ดังนั้น นอกจากหมุดแผนที่ร้านแล้ว คุณจะยังได้การ์ดข้อมูลร้านค้าปรากฏอยู่บนนั้นด้วย เพื่อให้ผู้คนได้โฟกัส รับรู้ และติดต่อคุณง่ายขึ้นอีก
  3. การโฆษณาบนแผนที่
    เวลาผู้คนแถวย่านใกล้คุณเขาส่องแผนที่ Google ก็มักพยายามแสดงพิกัดร้านรวงต่างๆ ในละแวกนั้น แต่เขาไม่ได้สำรวจแล้วสร้างให้คุณเสมอไป จริงอยู่ที่มีหลายคนสร้างเข้าไปให้แบบจิตอาสา แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะมีใครยินดีสร้างให้คุณบ้าง ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะดีกว่า ถูกต้องกว่า และละเอียดกว่า หากเป็นคุณที่จะสร้างข้อมูลให้ร้านของคุณเอง
  4. ฟรี!!
    ตามนั้นเลยครับ ถ้าไม่นับเรื่องค่าอินเทอร์เน็ตที่จ่ายกันอยู่แล้ว ก็คือ ฟรี! สละเวลาเพียงเล็กน้อย ก็เสร็จแล้ว

 

แล้ววิธีเข้าใช้ Google My Business นี่ยากไหม ? ไม่ยากเลยครับ สร้างง่าย และเข้าไปแก้ไขข้อมูลหรือโปรโมตร้านเพิ่มได้ โดยเราจะมีภาพตัวอย่างให้ดูว่าร้านค้าจะต้องทำอย่างไร การจะทำธุรกิจออนไลน์หรือออฟไลน์ ไม่สำคัญว่าจะเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ทุกคนก็ใช้อินเทอร์เน็ตกันประหนึ่งเป็นปัจจัยที่ห้ากันแล้ว ดังนั้นหากใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อให้คนรู้จักร้านเรามากยิ่งขึ้น ผลประโยชน์ที่ได้ก็จะมหาศาลยิ่ง

 

เรามาสร้างข้อมูลกิจการของเรา ลงใน Goolgle กันครับ

ขั้นตอนที่ 1 เข้า www.google.com/business บนอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่ถนัด และใกล้ตัว (คอมพิวเตอร์, มือถือ, แท็บเล็ต)

 

ก่อนอื่น ควรมี Google Account ถึงจะทำได้นะครับ ถ้าใช้ Gmail อยู่, ได้ลงชื่อเข้าใช้ (Log-In) บน Youtube, ใช้ Google Play Store (ที่โหลดแอปฯ บน Android) อะไรทำนองนี้ ก็คือ Google Account เหมือนๆ กัน เป็นไปได้ควรใช้ Account ของคุณเองเท่านั้น!!

ถ้าเข้าแล้วไม่เป็นภาษาไทย แต่คุณชินภาษาไทยมากกว่า ให้ดูด้านล่างหรือเลื่อนหน้าเว็บลงไปด้านล่างสุด กดชื่อภาษาที่ปรากฏอยู่ (ถ้าหน้าเว็บอังกฤษ จะเขียนว่า “english”) แล้วเลื่อนจนกว่าจะเห็นภาษาไทย

ในที่นี้ เราจะไม่ใช้แอปฯ ที่ Google โฆษณาให้เราติดตั้งบนมือถือนะครับ เพราะเราจะแนะนำในส่วนเบื้องต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีแอปฯ ก่อน

 

เมื่อ กด “เริ่มเลย” เราจะถูกพาไปการป้อนชื่อ โดยในที่นี้จะเลือกได้ว่า ให้ใช้จากที่ที่มีคนสร้างพิกัดมาอยู่แล้วดึงมาเป็นเจ้าของเอง หรือสร้างใหม่ ซึ่งเราแนะนำให้ลองหาชื่อร้านคุณเองบน Google Maps ก่อน ถ้าไม่เห็นว่ามี ก็เริ่มกันตรงนี้เลย!

ขั้นตอนที่ 2 ระบบจะรวบรัดถามที่อยู่เลย ตรงนี้จะแยกเป็นสองกรณี

ถ้าธุรกิจคุณมีหน้าร้าน ที่ให้ลูกค้าเข้าใช้บริการ/ซื้อขายโดยตรงได้ เช่น ร้านโยคะ ร้านอาหาร ร้านต้นไม้ กรณีนี้คือควรระบุพิกัดตำแหน่งเอาไว้ เลือก “ใช่” แล้วกรอกที่อยู่ให้ชัดเจน ครบถ้วน และตรงตามความเป็นจริงที่สุด ไม่ควรใช้การบอกสถานที่ตามความเคยชิน เขียนวกวนสับสน จะทำให้ลูกค้าบางท่านหลงทางเอาได้หากพิกัดไม่เป๊ะ

แต่ ถ้าธุรกิจคุณไม่มีหน้าร้าน หรือเป็นการออกไปให้บริการนอกสถานที่ เช่น ช่างไฟ ช่างประปา หรืออะไรที่ทำเองที่บ้านแล้วส่งมอบสินค้าเอง เช่น อาหารแบบส่งถึงบ้าน และธุรกิจออนไลน์ทั้งหลายที่คุณทำงานในบ้านตัวเอง อันนี้ เลือก “ไม่” คือไม่ต้องกรอกที่อยู่ แค่ระบุละแวกที่เราอยู่ว่าเราอยู่ย่านใด จะระบุหรือไม่ก็ได้ แต่เราแนะนำว่าให้กรอกไว้ดีกว่า

 

ขั้นตอนที่ 3 กรอกหมวดหมู่ธุรกิจ

หัวข้อนี้ต้องการรู้ว่า เราทำธุรกิจแนวไหน ให้นึกถึง “คำจำกัดความ” ที่นิยามใกล้เคียงหรือตรงกับธุรกิจ/ร้านคุณ มากที่สุด (ต้องการอันเดียว) โดยทดลองพิมพ์ไปทีละตัวอักษร ระบบจะคาดเดาคำที่ใกล้เคียง แนะนำให้เลือกเท่าที่ระบบนึกได้ แทนที่การเขียนใหม่

กรอกเบอร์โทรศัพท์ และ/หรือ ชื่อเว็บไซต์ของคุณ (ถ้ามี)

กรี๊ด ไม่มีเว็บ … ไม่เป็นไร ไม่ต้องใส่ก็ได้ครับ เขาไม่ได้บังคับ

เบอร์โทรศัพท์ ควรตรงกับเบอร์เจ้าของหรือเบอร์ที่ไว้รับสายลูกค้า ควรตรวจทาน อย่าใส่เบอร์ผิดนะครับ ไม่เช่นนั้นลูกค้าจะโทรศัพท์ติดต่อเราไม่ได้ และ Google อาจบันทึกในระบบสำหรับใช้ส่งรหัสยืนยันตัวตนด้วย

 

เรียบร้อยแล้ว
อ๊ะ! อย่าลืม กด “เสร็จสิ้น” เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราต้องการใช้งานจริง ไม่ล้อเล่น ไม่อย่างนั้นข้อมูลที่กรอกไปมากมายจะหายไปหมด

อะไรที่กรอกไป ท่านสามารถกลับไปแก้ได้หลังจากสร้างเสร็จแล้ว แต่เราแนะนำให้คุณกรอกจข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมดตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่า จากนั้นอาจมีขั้นตอนยืนยันตัวตนอีกเล็กน้อย ก็ทำตามที่ปรากฏกันไป 

 

เพียงเท่านี้ เราก็จะลดอาการลูกค้าหลงทาง เพิ่มช่องทางโปรโมตร้านอย่างอ้อมๆ ไปในตัว ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายกันเลยทีเดียว 😉

Rating: 4.8/5. From 4 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
51

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.