Skip to toolbar

หน้ากากผ้าสะท้อนตัวตนแบรนด์ กระแสที่มากกว่าป้องกันโรค

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

หากทุกท่านสังเกตบรรดาร้านค้าไม่ว่าจะร้านเล็กร้านน้อย… ไปจนถึงบรรดาห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จะเห็นหน้ากากอนามัยวางขายเรียงรายตอบรับกับสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะไปสถานที่ใดทุกคนต่างต้องสวมหน้ากากอนามัยให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครแพร่เชื้อ หน้ากากผ้า คือตัวเลือกที่ประหยัด สามารถทำความสะอาดง่าย ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง ทำให้หน้ากากผ้ากลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีปริมาณความต้องการซื้อสูงอยู่ในขณะนี้

 

ในมุมธุรกิจ หน้ากากผ้าไม่ได้เป็นแค่สินค้าหรือใช้แค่ป้องกันโรคอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือการตลาดที่มีฟังก์ชั่นหลากหลาย ตั้งแต่สร้างการรับรู้แบรนด์และโชว์ศักยภาพของนวัตกรรม ไปจนถึงยกระดับภาพลักษณ์ด้านความใส่ใจสังคมของแบรนด์อีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สภาพอากาศของหลายประเทศในซีกโลกเหนือเริ่มเข้าสู่หน้าร้อน ทำให้ปัจจัยเรื่องความสบายมีน้ำหนักมากขึ้น “ทาคาฮิโระ คาซาฮาระ” นักวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีกของบริษัทหลักทรัพย์เครดิต สวิส ประจำประเทศญี่ปุ่น อธิบายกับสำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชียนรีวิว” ว่าหน้ากากผ้ากำลังกลายเป็นเครื่องมือโชว์ศักยภาพ และตัววัดความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ด้วยลักษณะเฉพาะของหน้ากากที่ต้องสวมบนใบหน้าปิดทั้งจมูกและปากทำให้ผู้บริโภคคาดหวังถึงคุณภาพและความสบายจากสินค้านี้มากกว่าเครื่องแต่งกายชิ้นอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ หน้ากากผ้าจึงกลายเป็นตัวช่วยกระตุ้นการตลาด โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

 

 

| นวัตกรรมหน้ากากผ้าสะท้อนถึงตัวตนแบรนด์

บรรดาแบรนด์แฟชั่น-สินค้ากีฬา ต่างใส่นวัตกรรมเด่นของตนในหน้ากากผ้าที่ทำออกขายช่วงก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ “ยูนิโคล่” ที่ใช้ผ้าแอริซึ่ม (Airism) ที่มีชื่อเสียงด้านลดกลิ่นและระบายเหงื่อ ทางด้านแบรนด์ “มิซูโน่” ใช้ผ้าไทรคอต (Tricot) ที่ปกติใช้สำหรับชุดว่ายน้ำมาทำหน้ากาก ด้านแบรนด์ “โยเน็กซ์” ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬา ออกไอเดียนำไซลิทอล (Xylitol) ซึ่งปกติใช้เป็นสารให้ความหวานในหมากฝรั่ง มาชุบเส้นใยหน้ากาก โดยโฆษณาว่าช่วยระบายความร้อนเมื่อโดนเหงื่อ ในขณะที่แบรนด์ “มูจิ” ออกหน้ากากผ้าที่ผลิตจากฝ้าย 100% เพื่อย้ำจุดขายด้านความเรียบง่ายของแบรนด์ อาจเรียกได้ว่าหน้ากากผ้ากลายเป็นสื่อโฆษณาชั้นดีของแบรนด์ โดยจำนวนผู้ที่ใส่หน้ากากของแบรนด์นั้นๆ สามารถสะท้อนศักยภาพนวัตกรรมของแต่ละแบรนด์ออกมาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณา, อินฟลูเอ็นเซอร์ หรือแม้แต่ข้อมูลยอดขาย

 

| หน้ากากผ้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังซบเซา

การเปิดขายหน้ากากผ้ายังช่วยแก้โจทย์ความซบเซาของวงการค้าปลีกในช่วงสถานการณ์โรคระบาดนี้ได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากภาพการต่อคิวรอซื้อหน้ากากแอริซึ่มของยูนิโคล่ ชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัยต่างยอมฝ่าฝนมายืนต่อคิวหน้ายูนิโคล่ทุกสาขากันตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนเว็บไซต์ได้มีผู้เข้าใช้งานเยอะจนล่ม เช่นเดียวกับการเปิดจองหน้ากากผ้าของอันเดอร์ อาร์เมอร์ ที่เต็มโควตา 30,000 ชิ้น ใน 1 ชั่วโมง “ไมค์ อัลเลน” นักวิเคราะห์ของเจฟฟรี่ เจแปน อธิบายว่า ด้วยราคาที่ค่อนข้างถูกทำให้ลำพังเม็ดเงินจากยอดขายหน้ากากผ้านั้นไม่ได้มากมายอะไรนัก เมื่อเทียบกับสินค้าหลักอย่างเสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่ายอดขายหน้ากากน่าจะมีสัดส่วนเพียงไม่ถึง 1% ของยอดขายรวม แต่สิ่งที่แบรนด์ได้มาเพิ่มคือโอกาสในการขายสินค้าอื่นๆ ให้กับลูกค้าจำนวนมากที่เดินทางมายังสาขาหรือเข้าใช้งานเว็บไซต์ ถึงการระบาดนี้จะทำให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายหรือแม้แต่การเดินเข้าร้านค้า แต่การที่ลูกค้าออกมาซื้อหน้ากากผ้ากลับกลายเป็นแรงจูงใจอย่างดีที่ดึงดูดให้ผู้บริโภคยอมแวะมาที่ร้านค้า และนำไปสู่การจับจ่ายซื้อสินค้าอื่นๆ ตามมาด้วย

 

| สร้าง CSR ที่ดีต่อแบรนด์ด้วยหน้ากากผ้า

หน้ากากผ้ายังช่วยสร้างภาพลักษณ์ด้านสังคมให้กับแบรนด์ โดย “ดิจิทัลมีเดีย โซลูชั่น” บริษัทให้คำปรึกษาการตลาดระบุว่าหลายองค์กร เช่น ลีกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ (NBA) และดับเบิลยูเอ็นบีเอ (WNBA) ประกาศบริจาครายได้ทั้งหมดจากการขายหน้ากากผ้าที่พิมพ์โลโก้ทีมต่างๆ ให้กับองค์กรการกุศลด้านสิ่งแวดล้อมและบรรเทาความอดอยาก ส่วนธุรกิจบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่าง “ดิสนีย์” ยังบริจาคกำไรจากการขายหน้ากากลายซูเปอร์ฮีโร่รวมประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับองค์กรการกุศลด้านการแพทย์ กลยุทธ์นี้นอกจากช่วยย้ำภาพลักษณ์ความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว แบรนด์ยังได้ประโยชน์ด้านสร้างการจดจำผ่านลายที่พิมพ์บนหน้ากากอีกด้วย สอดคล้องกับความเห็นของ “มาซาฮิโตะ นามิคิ” ซีอีโอของอินเตอร์แบรนด์เจแปน บริษัทให้คำปรึกษาด้านการตลาดซึ่งกล่าวว่า ลำพังการผลิตหน้ากากออกมาขายก็ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์มีส่วนร่วมช่วยสังคมในช่วงการระบาดแล้ว

 

จะเห็นได้ว่าหน้ากากผ้าเป็นสินค้าที่สามารถมอบอรรถประโยชน์ต่อตัวผู้ใช้ ต่อตัวตนแบรนด์ ต่อเศรษฐกิจ และต่อสังคมได้มากมาย เพื่อนๆ มิตรสหายร้านค้า True Smart Merchant สามารถเลือกหน้ากากผ้าแบรนด์ดังที่มีนวัตกรรมอันหลากหลายมาจำหน่ายหน้าร้าน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าตลอดช่วงสถานการณ์โรคระบาด เชื่อว่าจะเป็นสินค้าที่ขายดีและสร้างโอกาสการขายสินค้าประเภทอื่นๆ ได้อย่างแน่นอนครับ

 

ที่มา : ข้อมูลบางส่วนจาก prachachat

Rating: 5.0/5. From 3 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
20

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.