Market Share ส่วนแบ่งทางการตลาดที่ต้องทำให้เพิ่มขึ้น

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

หลายต่อหลายครั้งที่เรามักได้ยินคำเรียกขานหนึ่งว่า “Market Share” แน่นอนว่ามันหมายถึง ส่วนแบ่งทางการตลาด ที่บ่งบอกว่า ยิ่งมีธุรกิจรูปแบบเดียวกันมากเท่าไร ส่วนแบ่งทางการตลาดก็มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็มีเจ้าของธุรกิจอยู่หลายรายที่มองข้ามในประเด็นนี้ไป อาจเพราะกำลังโฟกัสกับเรื่องอื่นของธุรกิจมากกว่า ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Market Share มากขึ้น และมาดูกันว่าพอจะมีวิธีใดที่จะทำให้ ‘ส่วนแบ่ง’ ที่ว่านี้ของธุรกิจเพิ่มมากขึ้นได้

 

| Market Share คืออะไร ?

ส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) นี้ คือ เปอร์เซ็นต์ของยอดขายสินค้าหนึ่งที่แบรนด์ได้ จากยอดขายสินค้าแบบเดียวกันนั้นทั้งหมดของทุกแบรนด์รวมกัน หากอธิบายเป็นภาพที่ชัดเจนก็คงหนีไม่พ้นตัวเลข ซึ่งตัวเลขในที่นี้จะบอกถึงสัดส่วนของยอดขายหนึ่งแบรนด์เมื่อเทียบกับของทุกแบรนด์รวมกัน มันจะสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดได้ว่าสินค้าของแบรนด์นี้มีสัดส่วนยอดขายมากน้อยเพียงใดจากกำลังซื้อทั้งหมด

ถ้าแบรนด์ของท่านมีส่วนแบ่งทางการตลาดมาก นั่นย่อมหมายถึงว่ายอดขายของแบรนด์ก็จะสูงมากตามไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญสำหรับธุรกิจ ดังนั้น หากลูกค้ายังคงกลับมาซื้อสินค้าซ้ำอย่างสม่ำเสมอ รายได้ของทางแบรนด์ก็จะต่อเนื่องและครองส่วนแบ่งทางตลาดที่มากได้ต่อไปในระยะยาวอีกด้วย

 

 

| วิธีเพิ่ม Market Share ให้มากขึ้น

ประกอบด้วย 3 วิธีดังนี้

    1. เพิ่มยอดขายจากลูกค้าเดิม
      มีหลักการตลาดมากมายที่ย้ำเตือนให้จดจำอยู่เสมอว่าไม่ควรละเลยลูกค้าเก่าที่เรามี ไม่มีอะไรยั่งยืนไปกว่าลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าซ้ำและไม่คิดเปลี่ยนไปซื้อแบรนด์ไหนอีก วิธีการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดนี้ก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะไม่ได้ดูเหมือนเพิ่มตัวเลขอะไรมากมาย แต่หากสามารถทำให้ลูกค้าเก่าซื้อสินค้าในจำนวนที่มากขึ้น มียอดใช้จ่ายมากขึ้น ยอดขายที่ทางแบรนด์ได้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย หากมีฐานลูกค้า 200 คน แต่มี 90 คนที่ซื้อเพิ่มมากกว่าเดิม ยอดขายที่ได้อย่างไรก็ต้องมากขึ้นแน่นอน
    2. สร้างยอดขายจากลูกค้าใหม่
      ควบคู่กับวิธีในข้อ 1 เพราะถึงอย่างไรแบรนด์ก็ต้องพัฒนาจำนวนลูกค้าให้มากขึ้นจากจำนวนที่มีอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเพราะทดแทนลูกค้าเก่าที่หายไป หรือดึงดูดใจสร้างลูกค้าใหม่ขึ้นมา ก็ล้วนเป็นยอดขายของทางแบรนด์ทั้งสิ้น หากสามารถขยายฐานลูกค้าออกไปได้มาก เช่น ขยายกลุ่มลูกค้า ขยายแหล่งการขาย ที่เพิ่มจำนวนได้กว้างมากขึ้นและเป็นกลุ่มใหญ่ เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งทางการตลาดจะต้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
    3. ดึงยอดขายจากลูกค้าคู่แข่ง
      ทำไมต้องศึกษาคู่แข่ง? ก็เพราะเหตุผลนี้เลย แม้ว่าจะเป็นสินค้าอย่างเดียวกัน แต่ไม่มีทางที่จะเหมือนกัน 100% แบรนด์จึงจำเป็นต้องหาจุดขายของตัวเองที่มีดีกว่าของคู่แข่ง และทำให้จุดขายนั้นแข็งแรงมากพอจะดึงดูดใจลูกค้าใหม่ (ที่เป็นลูกค้าเก่าจากแบรนด์อื่น) มาได้เพราะสินค้าของแบรนด์เราตอบโจทย์มากกว่า และถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือสามารถทำให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้แบรนด์ของท่านแทนคู่แข่งได้ แต่ทั้งนี้ก็ระวังการแข่งขันในกรณีที่คู่แข่งตอบโต้มาทางราคาขาย ควรประเมินให้ดีและไม่ควรเสี่ยงหากทำให้แบรนด์ของท่านขาดทุน

 

ถ้าพูดง่ายๆ ว่า Market Share เป็นหนึ่งในส่วนแบ่งของทั้งหมดที่ธุรกิจของท่านจะได้รับ จึงมีความจำเป็นอยู่เองที่จะต้องพัฒนาฐานลูกค้าให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ จากวิธีที่กล่าวมา หากสามารถเพิ่มลูกค้าไม่ว่าทางใดทางหนึ่งหรือทั้งหมดได้สำเร็จ ออกมาเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ก็จะส่งผลให้การแข่งขันกับคู่แข่งลดน้อยลง เมื่อไม่ต้องทำแผนการตลาดอย่างหนักหน่วง การลงทุนเพื่อเรียกลูกค้าก็จะลดน้อยลงไปด้วย ซึ่งมีแต่ข้อดีให้กับธุรกิจทั้งสิ้น

 

ที่มา : ข้อมูลจาก greedisgoods

Rating: 5.0/5. From 2 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
20

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.