สร้างความน่าเชื่อถือก่อนยื่นกู้ สำหรับธุรกิจร้านค้าออนไลน์

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

ปัญหาหนักใจขนานใหญ่ของเจ้าของธุรกิจออนไลน์หลายคนที่ประสบปัญหาทางการเงิน ชักหน้าไม่ถึงหลังบ้าง หมุนเงินไม่ทันบ้าง หรือบางทีธุรกิจก็กำลังไปได้ดี อยากขยับขยายเพิ่ม แต่ไม่มีเงินลงทุนมากพอ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ต้องไปยืนทำใจอยู่หน้าธนาคาร แล้วโดยมากก็จบลงที่…กู้เงินไม่ผ่านสักที!

 

แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อยากให้ถอดใจ ท่านแค่อาจทำอะไรผิดวิธีไปหรือเปล่า เพราะใช่ว่าจะไม่เคยมีเจ้าของธุรกิจออนไลน์กู้ธนาคารไม่ผ่านเลยเสียทีเดียว เพียงแต่ท่านต้องเตรียมเอกสาร หลักฐาน และสิ่งต่างๆ ที่ธนาคารต้องการให้พร้อมก่อนยื่นกู้ ซึ่งการเตรียมการสิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำได้ในชั่วข้ามคืน นอกจากข้อมูลครบถ้วนแล้ว ‘ระยะเวลาก็มาพร้อมกับความน่าเชื่อถือ’ แล้วควรเตรียมพร้อมอย่างไรก่อน จะต้องจัดการอย่างไร ซึ่งทั้งหมดมีรายละเอียดดังนี้

 

 

| แยกบัญชีที่ใช้งานออกจากกัน

ทั้งๆ ที่ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ธนาคารไม่ยอมอนุมัติเงินกู้ ส่วนหนึ่งเพราะการเดินบัญชีของผู้ประกอบการไม่แยกสัดส่วนการเงินให้ชัดเจน ท่านต้องแยกเงินส่วนตัวกับเงินในธุรกิจออกจากกัน ต่อให้ท่านทำธุรกิจคนเดียว มีเงินเดือนให้ตัวเองก็ควรแยก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ ก็ควรเก็บหลักฐานไว้ให้ครบ หากธนาคารต้องการ จะได้มีเอกสารประกอบให้ได้ เพื่อยืนยันว่าจำนวนเงินนั้นเกิดจากการซื้อขายทางธุรกิจจริง

 

| ประวัติธุรกรรมทางการเงินต้องดี

ในช่วงเตรียมการนี้ ขณะเดียวกันก็ควรลดหนี้ที่มีอยู่เดิมด้วย หลีกเลี่ยงค้างชำระหนี้ หากทำได้ก็ปิดหนี้ให้เรียบร้อย หรือพยายามเป็นหนี้ให้น้อยที่สุด แม้เราจะไม่พูดแต่เครดิตบูโรพูดแทนเราได้หมด เหตุผลที่ต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ด้วย เนื่องจากธนาคารจะดูความสามารถในการผ่อนชำระ ไปพร้อมกับประเมินรายได้และรายจ่าย  ก่อนพิจารณาความสามารถทางการเงินของท่านว่าถ้ากู้ไปแล้วจะสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่

 

| มีเงินหมุนเวียนในบัญชี

ในเมื่อเงินในบัญชี(ที่ใช้ขอยื่นกู้นี้) คือเงินที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ จึงเป็นธรรมดาที่ควรมียอดเงินสะสมในบัญชีและควรเป็นไปในอัตราที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ควรฝากถอนอย่างเป็นระบบอย่างน้อย 6 เดือนติดต่อกัน และควรนำฝากมากกว่าถอนออก อีกหนึ่งปัญหาที่พบอยู่บ่อยครั้ง เช่น ร้านค้าที่รับเป็นเงินสด แต่พอได้เงินมาก็ไม่นำเข้าบัญชี กลับเก็บไว้กับตัวเพราะจะนำไปซื้อวัตถุดิบ หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เลย ไม่อยากฝากถอนให้ยุ่งยาก เช่นนี้ก็จะทำให้รายรับรายจ่ายมันผิดเพี้ยนและพิสูจน์ตัวเลขไม่ได้ เมื่อชี้แจงรายละเอียดไม่ได้ ธนาคารก็ไม่ไว้ใจที่จะปล่อยเงินให้กู้

 

| ศึกษาเงื่อนไขสินเชื่อของสถาบันการเงิน

สินเชื่อของแต่ละธนาคารจะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน ตอบสนองความต้องการของผู้กู้ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ผู้กู้ควรศึกษาและปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคารดูว่า ควรเลือกกู้สินเชื่อแบบไหนกับทางธนาคาร และเอกสารที่ธนาคารต้องใช้มีอะไรบ้าง โดยท่านก็สามารถเก็บข้อมูลจากหลายธนาคารที่สนใจ หรือเผื่อธนาคารอื่นๆ อีก 2-3 แห่งก็ได้ เพราะยิ่งมีข้อมูลมาก ก็จะเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างกันได้ชัดเจนมากขึ้น โอกาสที่จะกู้ผ่าน และได้สินเชื่อที่เหมาะสมก็ยิ่งมีมากขึ้นเช่นเดียวกัน

 

| ครบถ้วนตามสิ่งที่ธนาคารคาดหวัง

แม้ท่านจะสามารถสร้างรายได้จากการขายของออนไลน์ได้มากก็จริง แต่ลำพังแค่คำพูดปากเปล่าไม่อาจใช้ยืนยันได้ ธนาคารต้องการเอกสารหรือหลักฐานการมีตัวตนของท่านมากกว่า และยังมองรวมไปถึงการวางแผนทางธุรกิจด้วยว่าธุรกิจของท่านเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือไม่ รายได้แต่ละเดือนแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน เช่น เดือนนี้ขายได้หลายล้าน แต่เดือนถัดมาเหลือแค่หลักแสน ก็จะลดทอนความน่าเชื่อถือลงได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็จะถูกนำไปพิจารณาทั้งหมดว่าหลังจากอนุมัติเงินกู้แล้วท่านจะยังสามารถชำระหนี้คืนได้ใช่หรือไม่

 

แม้จะมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่อาจกู้สินเชื่อไม่ผ่าน แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ทางธนาคารอนุมัติให้อย่างง่ายดาย ขอเพียงจัดการทุกอย่างให้พร้อม และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามเงื่อนไขที่ทางธนาคารกำหนด ก็จะทำให้การยื่นกู้ขอสินเชื่อง่ายขึ้น เพราะธนาคารที่ยอมปล่อยกู้ให้ก็ย่อมต้องคาดหวังว่าจะได้เงินคืนกลับมา ฉะนั้นความเชื่อมั่นในธุรกิจจึงจำเป็นที่สุด

 

ที่มา : ข้อมูลจาก taokaemai

Rating: 5.0/5. From 2 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
20

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.