ธุรกิจครอบครัว ความใกล้ชิดที่อาจสั่นคลอนเป็นรอยร้าว

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

ธุรกิจครอบครัว Family Business นับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของกิจการทั้งหมดในไทย แต่ในทางกลับกันเราจะเห็นจากผลสำรวจหลากหลายที่ฟ้องว่าธุรกิจเหล่านี้มีอัตราการเหลือรอดไม่ถึง 5% เมื่อดำเนินกิจการมาถึงรุ่นที่ 4 หากเพื่อนๆ มิตรสหายร้านค้า True Smart Merchant ดำเนินกิจการธุรกิจครอบครัวอยู่ แม้ปัจจุบันการดำเนินงานจะยังราบรื่น ไม่พบเห็นปัญหาอะไร แต่ในอนาคตอาจจะต้องเผชิญปัญหาทั่วไปของธุรกิจครอบครัวอย่างแน่นอน เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่กำลังจะก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ มาตรวจสอบปัญหาสำคัญที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวไม่สามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืน โดยแบ่งได้เป็น 4 สาเหตุสำคัญ ดังนี้

 

 

| กิจการครอบครัวมักขาดการวางแผนด้านส่งต่อ

จากผลสำรวจของ PWC พบว่าธุรกิจมากกว่า 50% ไม่ค่อยวางแผนเกี่ยวกับการสืบทอดกิจการ และคิดว่าหน้าที่การสืบทอดธุรกิจนั้นจะตกเป็นของคนคนหนึ่งโดยเป็นที่รู้กันในครอบครัว ซึ่งอาจจะเป็นลูกคนโตที่เข้ามาสานต่อธุรกิจ หรืออาจจะปล่อยให้ทายาทไปตกลงกันเองในอนาคต แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนสืบทอดเป็นเรื่องที่ทุกคนในครอบครัวจะต้องมีส่วนร่วม ทั้งในกระบวนการเลือกผู้สืบทอดและการเตรียมความพร้อมของทายาทธุรกิจ ไม่ใช่แค่การเลือกจากความเห็นของผู้บริหารในรุ่นปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้นำครอบครัวเสียชีวิตโดยไม่มีแผนรองรับไว้ก่อน จะทำให้ระบบการบริหารการจัดการเกิดความยุ่งยาก การวางแผนด้านการส่งต่อธุรกิจที่ดีจึงจำเป็นต้องมีความชัดเจนแน่นอนล่วงหน้า และควรครอบคลุมในด้านของระบบการทำงานของบุคลากรทุกคนเมื่อผู้บริหารนั้นเปลี่ยนมือ

 

| ความขัดแย้ง การบริหารทรัพย์สินที่ไม่เป็นระบบ

ความขัดแย้งในธุรกิจเป็นเรื่องที่ทุกกิจการมักจะพบเจอซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากครอบครัวไม่มีวิธีบริหารความขัดแย้ง ก็จะกลับกลายเป็นรากฐานของปัญหาที่ก่อให้เกิดการล่มสลายของกิจการในวันข้างหน้า การหาวิธีเพื่อป้องกันหรือแก้ปัญหาความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นธุรกิจครอบครัวก็ต้องมีการดำเนินกิจการด้วยความเป็นมืออาชีพ การแก้ปัญหาที่ไม่ลงรอยกัน ก็ต้องมีการจัดการที่เป็นมาตรฐานและหาทางออกไปพร้อมกัน หนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจครอบครัวขนาดใดมักพบเจอย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของทรัพย์สิน ซึ่งมักเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ ดังนั้น หากต้องการลดปัญหาของการอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกัน สิ่งที่ควรจะต้องดำเนินการเป็นเรื่องแรกก็คือ การสร้างความชัดเจนในการบริหารทรัพย์สินส่วนกลางและสร้างข้อตกลงร่วมกันโดยยอมรับกันทุกฝ่าย

หากเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกหลายคน การสื่อสาร การจัดสรรผลประโยชน์ นโยบายการจ้างงานของสมาชิกครอบครัว แผนการถือครองทรัพย์สิน และวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งในอนาคต ก็ควรจัดทำไว้ในธรรมนูญครอบครัวให้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน การจัดทำธรรมนูญครอบครัวจะช่วยกำหนดแนวทางและกฎระเบียบภายในครอบครัวให้สมาชิกทุกคน อีกทั้งจะช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาระหว่างกันในอนาคตได้ การประสบความสำเร็จในธุรกิจนั้นเป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกคนที่มีส่วนร่วม หากท่านเป็นเจ้าของกิจการ ก็ยิ่งต้องให้เวลากับการสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัว อธิบายบทบาทและหน้าที่ของพวกเขาในปัจจุบันและอนาคต ความไม่ชัดเจนในระบบการบริหารเป็นสิ่งสำคัญที่หลายครอบครัวมักจะมองข้ามไป ดังนั้น หากท่านกำลังดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารธุรกิจหรือหัวหน้าครอบครัว การสื่อสารด้านระบบบริหารนั้นเป็นสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้เลย

 

| ไม่มีคนช่วยขับเคลื่อนหรือผู้สืบทอดตำแหน่ง

ธุรกิจครอบครัวมักจะนำคนในตระกูลหรือเครือญาติขึ้นมารับตำแหน่งงานเพียงเพราะเป็นคนในครอบครัว การนำคนเข้ามาทำงานให้กับกิจการควรพิจารณาตามความเหมาะสมในด้านของความสามารถ เพื่อที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตขึ้น นอกจากนี้ครอบครัวควรมีการพิจารณาในด้านการนำมืออาชีพที่เป็นบุคคลภายนอกเข้ามาช่วยบริหารด้วย โดยควรนำระบบการรับคนเข้าทำงานแบบมืออาชีพเหมือนบริษัทที่ทำธุรกิจจริงๆ ก่อนจะนำคนในครอบครัวเข้ามารับตำแหน่งในธุรกิจ โดยอยากให้ตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้…

    • สมาชิกที่จะเข้ามาทำงานในครอบครัวผ่านเกณฑ์ในการคัดเลือกอย่างไร?
    • ต้องการประสบการณ์หรือการศึกษาด้านไหนเป็นพิเศษ?
    • ระบบสวัสดิการหรือรายได้มีมาตรฐานหรือไม่?
    • มีการกำหนดรายละเอียดงาน เวลาทำงานที่ชัดเจนหรือไม่?
    • มีการวัดผลด้านประสิทธิภาพการทำงานเหมือนพนักงานคนอื่นๆ หรือไม่?

คำถามเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยในการคัดคนเข้าทำงาน รวมถึงช่วยตั้งความคาดหวังจากสมาชิกที่จะเข้ามาทำงานให้กับธุรกิจครอบครัวได้

 

| ขาดความรู้ด้านบริหารทางการเงินของบริษัท

เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวนั้นล้มเหลวมามาก ผู้ที่ทำงานให้กับกิจการในครอบครัวควรมีความรู้ด้านการบริหารการจัดการระบบหลังบ้านด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน บัญชี ภาษี ความรู้พื้นฐานเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจกระทำการหลายๆ อย่างเพื่อธุรกิจและการบริหารได้เป็นอย่างดี

หนึ่งในสิ่งที่สิ่งสำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจให้ไปต่อได้ คือกิจการต้องมีเงินสดเพียงพอที่จะใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น หากวันใดธุรกิจขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือไม่ได้วางแผนสำรองในเรื่องของโครงสร้างการเงิน นี่ก็เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ธุรกิจนั้นไม่สามารถไปต่อได้ โดยสังเกตได้ในช่วง COVID-19 ที่ทำให้กิจการในหลากหลายอุตสาหกรรมที่ไม่มีโครงสร้างระบบการเงินที่ดีพอจะรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันจนต้องปิดตัวลงไปมากมาย แต่หากมีการบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดี ธุรกิจก็จะมีโอกาสฟื้นตัวและสร้างผลกำไรได้อีกในอนาคต ผู้ที่สร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยความยากลำบากมักจะเข้าใจปัญหาด้านสภาพคล่องของธุรกิจเป็นอย่างดี ดังนั้น เจ้าของกิจการควรจะส่งต่อความรู้ในด้านนี้ให้แก่คนในครอบครัวหรือผู้สืบทอดให้รับรู้เรื่องนี้ด้วย

 

การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจครอบครัวแบบเดิม เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจแบบใหม่ด้วยการจัดโครงสร้างของธุรกิจ โดยจัดทำในรูปแบบที่เรียกว่าธรรมนูญครอบครัวเพื่อสร้างความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ให้แก่สมาชิก กำหนดข้อตกลงร่วมกันของสมาชิกครอบครัวว่ากำลังอยู่ในบทบาทหน้าที่อะไร จะนำพาธุรกิจครอบครัวให้รอดพ้นจากปัญหาความขัดแย้ง รวมถึงการปลูกฝังคนในครอบครัวให้เรียนรู้วิธีการทำงาน รับฟังความคิดเห็นของคนทุกช่วงอายุ ให้รู้จักพัฒนาต่อยอดธุรกิจ พร้อมทั้งวางรากฐานที่แข็งแกร่งต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจครอบครัวสามารถเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน ไม่ล้มหายตายจากไปจากวงการธุรกิจของไทยอย่างแน่นอน

 

ที่มา : ข้อมูลบางส่วนจาก idolplanner

Rating: 5.0/5. From 2 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
10

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.