Skip to toolbar

7 Waste : ลดความสูญเปล่าที่ไม่จำเป็นของธุรกิจ

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

เมื่อธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปทุกวัน และรายละเอียดปลีกย่อยก็มีมากมายเหลือเกิน หากท่านผู้ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เชื่อว่าหากท่านไม่ได้ดูแลธุรกิจด้วยตัวเอง ย่อมไม่มีทางเห็นถึงปัญหาในทุกขั้นตอนเป็นแน่ แต่เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรรีบตรวจสอบปัญหาและแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะปัญหาที่คิดว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ล้วนเป็นต้นทุนทั้งสิ้น แล้วจะปล่อยให้ต้นทุนของเราเสียเปล่าไปวันๆ เช่นนี้น่ะหรือ?

 

หลักการ 7 Waste นี้ จะชี้ประเด็นให้ท่านได้เห็นว่า ความสูญเปล่าที่สูญเสียไปโดยง่ายนี้ ท่านจะสามารถพบเห็นได้จากทางใดบ้าง

 

 

| 1. วัสดุคงคลัง / วัตถุดิบในสต๊อก

การจัดเตรียมซื้อวัสดุหรือวัตถุดิบมากักตุนไว้มากๆ ในลักษณะที่ว่า ‘เกินดีกว่าขาด’ อาจจะเป็นข้อดีหากเจอสถานการณ์ที่ต้องใช้วัสดุหรือวัตถุดิบนั้นๆ แบบเร่งด่วน แต่แท้ที่จริงแล้วเราสามารถประเมินสินค้าคงคลังที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ได้ เพราะหากมีมากเกินความจำเป็น ก็เกิดต้นทุนที่เสียเปล่า ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในการเก็บรักษา ค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ หรือต้นทุนที่ยังไม่อาจเปลี่ยนเป็นเงินได้ เพราะถูกเก็บไว้ไม่ได้ใช้อยู่อย่างนี้ และอาจส่งผลกระทบไปถึงตัววัสดุหรือวัตถุดิบเองที่เสื่อมคุณภาพลง

 

| 2. การเคลื่อนไหว

ในประเด็นนี้จะเห็นปัญหาจากการทำงานของบุคลากรมากกว่า เป็นต้นว่าการเคลื่อนไหวไม่คล่องตัว ทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม กระทบต่อสายตา ร่างกาย มีผลต่อความปวดเมื่อย หรือผิดมาตั้งแต่การวางผังในบริษัทที่ทำให้การทำงานไม่ไหลลื่น ไม่ต่อเนื่อง สิ่งของที่วางไม่เป็นระเบียบจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ต่างๆ เหล่านี้มีผลในเรื่องของประสิทธิภาพของงาน การปฏิบัติงานล่าช้าลง นานวันเข้าก็กระทบต่อระบบการทำงาน เกิดเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้

 

| 3. การรอคอย ล่าช้า

หากการดำเนินงานใดๆ ก็ตามจำต้องหยุดชะงักลง สาเหตุมาจากปัญหาในส่วนใดส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน เช่น อุปกรณ์เสียหาย วัตถุดิบไม่เพียงพอ พนักงานไม่เพียงพอ ใดๆ ก็ตาม จะทำให้ธุรกิจเสียโอกาสอย่างมาก ในขณะที่ต้นทุนของทุกๆ เรื่องก็ยังคงดำเนินไปต่อทั้งๆ ที่กระบวนการผลิตกลับสะดุดหยุดลง เช่นนี้ควรบริหารจัดการระบบการทำงานให้ดี และหมั่นตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรที่ใช้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

 

| 4. ผลิตมากเกินความจำเป็น

การเร่งผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ก็อย่าประมาทจนกลายเป็นผลิตสินค้าออกมามากเกินไป เพราะหากสินค้านั้นขายไม่หมดหรือขายไม่ดีอย่างที่คิด ผลกระทบต้นทุนที่ตามมาจะเสียเปล่าไปโดยใช่เหตุ ทั้งในเรื่องของต้นทุนการผลิต การเก็บรักษาสินค้าในสต๊อก ซึ่งสามารถลุกลามไปถึงความเสื่อมสภาพของสินค้าที่ผลิตออกมาด้วย เพราะหากขายได้ช้า ลูกค้าได้รับสินค้าที่คุณภาพเสื่อมลง นั่นหมายถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของธุรกิจก็จะถูกบั่นทอนลงไปตามๆ กัน

 

| 5. ผลิตของไม่ได้มาตรฐาน

การผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ตามปกติแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น หรือหากเกิดขึ้นก็ควรจะมีปริมาณที่น้อยมากๆ แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายเหลือเกิน ทั้งเกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจเครื่องมือของพนักงาน หรือเกิดจากวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และอื่นๆ ที่ทำให้สินค้าที่ผลิตออกมาเสีย มีตำหนิ นำออกจำหน่ายไม่ได้ ซึ่งสินค้าทุกชิ้นล้วนมีต้นทุนแฝงอยู่ในนั้น หากจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ต่างจากสิ้นเปลืองเงินไปเสียเปล่านั่นเอง

 

| 6. กระบวนการผลิตซ้ำซ้อน

ต้องแยกให้ออกว่า ขั้นตอนแต่ละอย่างที่มีเหมือนและต่างกันตรงไหน หากสามารถลดขั้นตอนบางอย่างที่ไม่จำเป็นลงได้ ก็จะเท่ากับว่าสามารถลดความสิ้นเปลืองลงได้เช่นกัน เพราะในกระบวนการทำงาน ไม่มีประโยชน์เลยที่จะต้องทำงานแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก และไม่ได้ช่วยให้เนื้องานดีขึ้นด้วย นอกเสียจากว่า มีความแตกต่างและรายละเอียดบางอย่างที่สำคัญ จึงทำให้ต้องผ่านกระบวนการนั้นอีกครั้ง (เช่น ขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพ) หากบางขั้นตอนลดลงได้แล้ว ก็จะได้เวลามากขึ้น ลดปริมาณคนทำงานลง กระบวนการเสร็จเร็วขึ้น สินค้าที่ผลิตได้มากขึ้น และส่งของได้เร็วขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นผลประโยชน์ของธุรกิจทั้งสิ้น

 

| 7. การขนส่ง/จัดส่งสินค้า

ตลอดกระบวนการขนส่งย่อมต้องมีต้นทุนและค่าใช้จ่าย ในเรื่องนี้ต้องจัดการและวางแผนให้ดี อย่าให้เกิดการขนส่งซ้ำซ้อน เช่น ส่งสินค้าไปที่เดียวกันหลายครั้ง โดยที่แต่ละครั้งก็มีสินค้าไม่มากนัก จึงควรบริหารเวลา จัดเตรียมคน และจัดรอบส่งสินค้าให้เหมาะสมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้การขนส่งเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ยังสามารถป้องกันความเข้าใจผิดซับซ้อนของพนักงานส่งเองได้อีกด้วย

 

 

ความสูญเสียทั้ง 7 ประการนี้ คือ ไม่ว่าจะเป็นข้อใดข้อหนึ่ง ก็ถือเป็นความสูญเปล่าที่ไม่สร้างประโยน์อันใดให้กับธุรกิจ และมีแต่จะทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนโดยใช่เหตุด้วย หากคุณสามารถค้นหาได้ว่าในแต่ละภาคส่วนของกระบวนการ ในแต่ละขั้นตอนการทำงาน มีปัญหาติดขัดหรือปัญหาใดที่ต้องแก้ไขหรือไม่ เพราะหากสามารถแก้ไขหรือกำจัดอะไรก็ตามที่ไม่จำเป็นต่อระบบการทำงานของธุรกิจออกไปได้ ต้นทุนที่เสียเปล่าอยู่ทุกวันก็จะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และการดำเนินงานของธุรกิจก็จะคล่องตัวมากขึ้น

 

ข้อมูลจาก : greedisgoods

Rating: 5.0/5. From 1 vote.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
10

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.