Skip to toolbar

3 ความกังวลของลูกค้า ที่ผู้ขายต้องเตรียมพร้อมรับมือ

ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

ในฐานะที่มิตรสหายสมาชิก True Smart Merchant ทุกท่านเป็นพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้ขาย เคยคิดสงสัยว่าลูกค้าที่มาใช้บริการมีมุมมองความคิดเห็น feedback ต่อร้านค้าของคุณว่าดี/ไม่ดีอย่างไร หรือมีมุมมองอะไรที่ผู้ขายมักจะละเลยมองข้ามความรู้สึกของลูกค้าไปแม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ้างหรือไม่ อย่างเช่นการขายของทางออนไลน์ ลูกค้ามักจะสำรวจข้อมูลที่แสดงผลขึ้นบนเว็บ เช่น ดูรูปถ่ายสินค้า เนื้อหาประกอบสินค้าว่าสินค้าที่ได้รับจะมีสภาพตรงตามปกหรือเปล่า หรือกรณีของการขายของหน้าร้าน ลูกค้ามักจะดูว่าทางร้านรับชำระด้วยบัตรเครดิตหรือไม่ มีขั้นต่ำหรือไม่ รองรับการจ่ายด้วยแอปพลิเคชั่นธนาคารหรือเปล่า เป็นต้น

 

สิ่งเหล่านี้คือความกังวลของลูกค้าที่มักเกิดขึ้นก่อนการตัดสินใจซื้อ หากผู้ขายไม่ได้ศึกษาวิธีรับมือที่ดีพอหรือไม่สามารถตอบสนองต่อความกังวลของลูกค้าแต่ละด้านได้ โอกาสที่จะสร้างลูกค้าหน้าใหม่หรือลูกค้าวนกลับมาใช้บริการซ้ำก็จะยิ่งน้อยลง นั่นคือรายได้ที่คุณปล่อยให้หลุดลอยไปเสียเปล่า ฉะนั้นผู้ขายต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความกังวลยอดนิยมทั้ง 3 ด้านที่มักเกิดขึ้นในฐานะลูกค้า มาดูกันว่า 3 ความกังวลนี้มีอะไรบ้าง

 

 

| 1. ความกังวลเรื่องคุณภาพสินค้า

เป็นความกังวลที่เกิดขึ้นกับนักช้อปออนไลน์ทุกคนว่าสินค้าที่กดสั่งไปเมื่อมาส่งแล้วจะได้สรรพคุณ/คุณประโยชน์ และได้จำนวนตรงตามที่ลงไว้ในเว็บหรือไม่ หรือมีสภาพจริงตรงกับภาพสินค้าที่ขึ้นโชว์บนเว็บหรือเปล่า รวมถึงความแข็งแรงทนทาน มีการรับประกันพร้อม ไม่ใช่ของมือสอง ของผิดรุ่น ผิดสี ผิดสเปก หรือนำของปลอมมาจำหน่าย ใช้ไม่กี่วันก็พัง หรือในกรณีที่เกิดขึ้นกับร้านอาหาร ลูกค้าจะเกิดความกังวลว่าอาหารที่ได้จะมีหน้าตาและปริมาณเหมือนกับภาพที่เห็นจากสื่อ ภาพในเมนู รวมถึงรสชาติ ความสดใหม่ อยู่ในเกณฑ์ที่คาดหวังไว้หรือไม่เช่นกัน

สิ่งเหล่านี้ผู้ขายต้องทำการบ้าน ขจัดความกังวลเรื่องคุณภาพที่ลูกค้ารู้สึกข้องใจ ด้วยการคัดเลือกสินค้าที่จะนำมาลงขาย มีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะส่งถึงมือลูกค้า ไม่ควรเล่นเล่ห์กลตุกติกว่าเป็น ภาพเพื่อการโฆษณา สินค้าจริงอาจไม่เหมือนที่ post ลงไว้  สินค้าตัวไหนที่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ มีตำหนิ หรือของหมดต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบตามความจริง หัวใจสำคัญของผู้ขายคือความซื่อสัตย์โดยยึดถือเอาความรู้สึกของลูกค้าเป็นที่ตั้ง เมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรต้องปกปิด ความกังวลต่อคุณภาพสินค้าก็จะแปรเปลี่ยนมาเป็นความเชื่อมั่นแทน

 

| 2. ความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ

เคยลองคิดกลับกันหรือไม่ โดยสมมุติตัวเองเป็นลูกค้า กดเข้าไปดูเว็บร้านของเราเอง แล้วพบว่ามีการลงขายสินค้าแต่ไม่ระบุราคา ไม่ระบุช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน ไม่ระบุที่อยู่ร้านค้าที่สามารถเดินทางติดต่อเผื่อกรณีสินค้ามีปัญหา มีแต่ระบุว่า สอบถามราคาโปรดติดต่อทาง inbox  เป็นเราจะเกิดความรู้สึกอยากซื้อสินค้าของร้านนั้นหรือไม่ นี่คือความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือที่ลูกค้ามีต่อร้านค้า โดยเฉพาะการลงขายสินค้าที่ไม่มีการระบุราคา แต่กลับให้ inbox ถามราคาหลังไมค์ ซึ่งเป็นวิธียอดนิยมที่ร้านค้าออนไลน์หลายร้านมักกระทำกันอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันกลายเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายและมีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาทเลยทีเดียว

ผู้ขายสามารถขจัดความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือนี้ได้ง่ายมาก เพียงลงข้อมูลราคาสินค้าให้ครบถ้วน ลงช่องทางการติดต่อทุกช่องทางให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ Line Account, Facebook Fanpage เพื่อความสะดวกของลูกค้าในการติดต่อซักถามข้อมูล เรียกว่าถ้ายิ่งมีรายละเอียดมากเท่าไร ความความน่าเชื่อถือก็จะมีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น รวมไปถึง Shopping Online Platform บางเจ้าที่มีการให้ คะแนนรีวิว แจกดาว ลูกค้าเขียนรีวิว ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อร้านคุณได้เช่นกัน (หากได้รับรีวิวไปในด้านบวกเป็นส่วนใหญ่)

 

| 3. ความกังวลเรื่องการชำระเงิน

ร้านค้าของคุณรองรับการ ส่งสินค้าฟรีโดยไม่มีขั้นต่ำ หรือไม่ หรือมีลูกค้ากลุ่มช่วงอายุใดบ้าง หากเป็นลูกค้ากลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ยังไม่สามารถทำบัตรเครดิต หรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกในการใช้แอปพลิเคชั่น Mobile Banking ลูกค้าสามารถเลือกช่องทางชำระเงินที่ตัวเลือก เก็บเงินปลายทาง ชำระด้วยเงินสด หรือ โอนเงินที่รองรับบัญชีหลายธนาคาร  หากไม่มีตัวเลือกเหล่านั้น ธุรกิจของคุณอาจต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องการชำระเงินจากลูกค้าแล้วแน่ๆ ส่งผลให้คุณพลาดออเดอร์จากลูกค้ากลุ่มที่ไม่สะดวกในขั้นตอนชำระเงินในช่องทางที่รองรับไว้ ทั้งที่บางส่วนได้ตัดสินใจซื้อสินค้าไปแล้วแท้ๆ

ความกังวลเรื่องการชำระเงินสามารถขจัดออกไปด้วยการเปิดทุกช่องทางการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีกับหลายธนาคารให้เป็นทางเลือกของลูกค้า ก็จะหมดปัญหาค่าธรรมเนียมต่างธนาคารที่ลูกค้าต้องจ่าย หรือเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่รองรับกับผู้ให้บริการด้านการเงิน (เช่น True Money Wallet) เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ยังไม่ทำบัตรเครดิต เพิ่มช่องทางเก็บเงินปลายทางเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุ หรือออฟชั่นส่งสินค้าฟรีโดยไม่มีขั้นต่ำเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อของลูกค้า แต่ทั้งนี้ก็ต้องสำรวจความพร้อมและกำลังคนของเจ้าของธุรกิจเองด้วยว่าจะแบกรับค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการเปิดช่องทางชำระเงินลักษณะนี้ รวมถึงค่าบริการส่งสินค้าได้ไหวทั้งหมดหรือไม่ แต่หากช่องทางชำระเงินไหนที่ลูกค้าใช้บริการน้อย เปิดแล้วไม่คุ้มทุนก็ไม่จำเป็นต้องทำต่อไป

 

ทั้ง 3 กังวลของลูกค้ายอดนิยม อันประกอบไปด้วย ความกังวลเรื่องคุณภาพสินค้า, ความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ และความกังวลเรื่องการชำระเงิน จัดว่าเป็นอุปสรรคที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นเจ้าของกิจการทุกท่านต้องเตรียมพร้อมรับมือ รีบกลับมาสำรวจว่าธุรกิจมีช่องโหว่เหล่านี้อยู่หรือไม่ อาจจะเริ่มต้นด้วยการสมมุติบทบาทตัวคุณเองหรือเพื่อนฝูงเป็นลูกค้าแล้วตรวจสอบตั้งแต่หน้าร้าน ข้อมูลสินค้า ข้อมูลติดต่อร้านค้า ไปจนถึงกระบวนการชำระเงิน ขจัดความกังวลทุกข้อให้หมดสิ้น แล้วโอกาสในการได้ลูกค้าหน้าใหม่และลูกค้าประจำก็จะสว่างสดใส สามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นได้เลย

 

ที่มา : ข้อมูลบางส่วนจาก blog.sellsuki

Rating: 5.0/5. From 4 votes.
Please wait...
คุณได้ประโยชน์จากเนื้อหานี้หรือไม่ ?
30

คุณมีความเห็นว่า ...

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.